Home About FETP Thailand 80 years Anniversary Dr.Sujarti Jatanasen
ความในใจ
โดยนายแพทย์สุชาติ เจตนเสน
กล่าวในงานแสดงมุทตาจิตต่อนายแพทย์สุชาติ เจตนเสน
ในโอกาสอายุครบ 80 ปี
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 15:00 น.
ณ โรงแรม 13 เหรียญ สาขางามวงศ์วาน นนทบุรี


    จะไม่พูดยาวเท่าท่านประธานมูลนิธิฯ (ฮา)
    เสียงผมเวลาเริ่มต้นจะไม่ค่อยมี แต่พอพูด ๆ ไปเสียงมันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย แล้วจะไม่ยอมหยุดนะครับ (ฮา)


    ขอบคุณมูลนิธิฯ ที่จัดงาน ทีแรกผมก็ว่าจะอธิบายเรื่องมูลนิธิฯ หน่อย แต่ท่านประธานมูลนิธิฯ ได้อธิบายมาหมดแล้ว ก็ไม่ต้องอธิบายแล้วครับ เรื่องราวประวัติทั้งหลายท่านก็ได้ฟังอย่าละเอียด จนผมเองบางตอนลืมไปแล้วก็มี เป็นประวัติศาสตร์ให้พวกเราฟัง ก็ต้องขอบคุณท่านประธานมูลนิะิฯ ท่านกรรมการมูลนิธิฯ ที่จัดงานนี้ขึ้นมา และขอบคุณพวกเราทุก ๆ คนนะครับที่มาในงานนี้

    ทีแรกที่บอกจะจัด ผมก็ไม่ค่อยสบายใจนัก เนื่องจากเกรงว่าจะเอิกเกริก ให้ดูว่าจะจัดงานแสดงมุทิตาจิต มุทิตาจิตแปลว่าอะไร ก็ไปเปิดปทานุกรมของท่านปยุค ปยุตโต มุทิตาท่านแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Congratulations มุทิตาจิตคือ ชื่นชมไปด้วยกับกิจกรรมที่ทำ ก็ชื่นชมที่ผมมีอายุรอดมาได้ถึง 80 ปี

    ผมรู้ว่าพวกเราไปทำงานลำบากยากเข็ญเพียงไร จะต้องปีนเขาข้ามน้ำไป พาหนะทุกชนิดที่เคยโดยสารไปทำงานมาหมดแล้วทุกคน ผมเริ่มงานระบาดวิทยาขึ้นมา ที่จริงทุกคนรู้จักงานระบาดวิทยา เพราะเรียนแพทย์เขาก็สอนระบาดวิทยา การสอนในโรงเรียนแพทย์สมัยโน้นก็เชิญหัวหน้ากองควบคุมโรคติดต่อมาบรรจยาย ก็บอกว่าโรคอะไรเกิดขึ้นที่ประเทศไหนบ้าง ในโลกนี้มีที่ไหนบ้าง เพราะว่า textbook อย่าง textbook parasite ก็จะบอกระบาดวิทยาว่าเกิดในประเทศนั้น ย่านนี้เกิดขึ้นที่ประเทศโน้นประเทศนี้

    เราก็พยายามปลุกปล้ำให้มีการใช้ระบาดวิทยาอย่างกว้างขวาง หมอธวัช (นายแพทย์ธวัช จายนียโยธิน) ก็มาถามผม มันมีความหมายยังไงระบาดวิทยานี่น่ะ

    ระบาดวิทยาก็คือ วิชาที่จะแสดงความจริงเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บป่วย หรือทุกข์ทางสุขภาพของมนุษย์ ระบาดวิทยาแสดงความจริง พวกเรานี้ไปค้นหาความจริง มีวิธีที่จะหาความจริงนะครับ

    ผมได้อ่านวารสาร IJE ( International Journal of Epidemiology ของสมาคม IEA ) เจอสามคำที่น่าสนใจก็อยากเล่าให้ฟังนะครับ เขาก็บอกว่า How do we know เราจะรู้ได้อย่างไร จะรู้จักความทุกข์ร้อนด้านสุขภาพอย่างไร เราจะรู้ได้ก็ต้องจัดระบบของงานระบาดวิทยา ตั้งแต่การเฝ้าระว่าง สอบสวน ศึกษาค้นคว้าซึ่งก็สอนกันมา แล้วก็บอกว่า What do we know ถ้าทำแล้วนี้รู้อะไร จะรู้ว่าเรารู้อะไรเราก็ต้องมาเยียนใ่ไหมครับ เราก็มาเขียนรายงาน เขียนเรื่องราวเสนอ ว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเขาบอกว่าสุดท้ายก็คือ What can the knowledge do ความรู้นั้นเอาไปทำอะไรได้ ก็ตรงกับคำขวัญที่เราทำสัมมนาระบาดวิทยาแห่งชาติปีนี้ เราก็ต้องผลักดันความรู้นั้นให้นำไปใช้กำหนดนโยบาย กำหนดวิธีการที่จะทำ มันก็กิจความทั้งสามตอนว่าจะรู้ได้ยังไง ก็รู้ได้จากการศึกษาระบาดวิทยา แล้วรู้อะไรต้องเขียนออกมา ต้องแสดงออกมาว่ารู้อะไร แล้วความรู้ที่เรารู้นี้ ไม่ใช่เขียนออกมาแล้วก็นำไปทำอะไรไม่ได้ เช่น มีคนเคยติให้ผมฟังว่า ไปศึกษาว่ายุงผสมพันธุ์กันยังไง เขาบอกว่ายุงตัวเมียกับยุงตัวผู้บินไปผสมพันธุ์กันกลางอากาศอะไร ทำนองนั้น บอกว่าโอ้โฮนีเก่งมาก แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร คงเอาไปทำวีดิโอคลิปได้ละมัง (ฮา)

    เอาละครับ ไหน ๆ บอกว่าจะพูดเรื่องวิชาการ ก็ต้องพูดวิชาการนิดหน่อย แต่ทุกอย่างท่านก็ได้ฟังจากคุณหมอประยูร ประธานมูลนิธิฯ พูดไปอย่างดีอย่างละเอียดทุกอย่างเป็นที่กระจ่างแจ้ง แล้วก็หลับตาเห็นภาพแล้วนะครับว่าเป็นมายังไง ทุก ๆ คนที่มานี่ก็ได้ร่วมงาน อยู่ในวงการระบาดวิทยาได้ร่วมงานพัฒนาทั้งที่อยู่ที่สำนักระบาดวิทยาเอง บางคนก็อยู่สำนักโรคติดต่อบ้างก็อยู่ฝ่ายทหาร ท่านสุดท้ายที่มาก็คือ อาจารย์สมหวัง (ด่านชัยวิจิตร) ท่านก็เป็นประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ก็ได้มาช่วยงานสอนในระบาดวิทยา เรื่อง nosocomial infection โรคติดต่อในโรงพยาบาล ก็ขอบคุณท่านด้วย ขอบคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านผู้อำนวยการกอง ท่านรองอธิบดีและทุก ๆ ท่านนะครับ ไม่สามารถที่จะเอ่ยนามได้ทุกท่าน เอาเท่าที่ผมมองเป้นแถวหน้า ขอบคุณอาจารย์สุจิตรา นิมมานนิตย์ ด้วยนะครับที่ท่านยอมเป็นกรรมการมูลนิธิฯ ยอมให้ท่านประธานมูลนิธิฯ ชักจูงท่านให้มาจนได้ ขอบคุณเป็นอย่างสูงนะครับ

    ผมก็สมควรแก่เวลา ที่เรานั่งฟังมานาน จะได้ไปรับประทานเครื่องดื่มและอาหารว่างกันต่อ ขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณ